^เลือนขึ้นด้านบน
foto1 foto2 foto3 foto4 foto5

ตามที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคล เข้าเฝ้าฝ่าละอองพระบาท ณ วังศุโขทัย โดยมีผู้บัญชากองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ เป็นหัวหน้าคณะ และทรงมีพระราชบัญฑูร ให้จัดตั้ง หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ นั้น หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ จึงได้รับการสถาปนาขึ้นโดยใช้พื้นที่ภายในกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ (สนามเป้า) เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์


Royal Stable Unit
หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ
www.royalstableunit.com

Royal Stable Unit

หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ

Eventing

Eventing


 

Introduction

Eventing competition encompasses three tests - Dressage, Cross-Country and Jumping. There are individual and team competitions. Each competitor rides the same horse on separate and consecutive days.

Rules

The first test is Dressage, to test the harmonious development of the horse's physique and ability. The score is converted into penalty points using a special formula. The second test is Cross-Country without steeplechase, where the horse is required to complete a set course of appr. 5.7km within an optimal time, clearing a variety of natural obstacles such as ditches, water, stone walls, benches as well as fallen trees. The third test is Jumping, which takes place on the third day, with an objective to test if the horses have retained their energy and obedience to jump a course of 10 to 13 obstacles.

For more details, please refer to competition format and rules. The French version is available here.

Judging

The winner of an Eventing competition is the competitor with the least penalties over the three tests. The winning team is the one with the lowest total penalty points, after adding together the final scores of the top 3 competitors in the team. 

75 athletes were initially expected to compete in Eventing in 2008.

70 athletes from 24 nations are officially entered after the 1st horse inspection.

Eventing อีเวนท์ติ้ง

เป็นประเภทกีฬาขี่ม้าที่รวม เอา ทั้ง Dressage และ Show jumping มารวมกัน โดยเพิ่มในส่วนของ Cross Country หรือ การขี่ม้าในภูมิประเทศเข้าไปด้วย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกีฬาว่ายน้ำประเภทผสม ซึ่งมีการรวมเอาหลายท่าไม่ว่าจะเป็นผีเสื้อ, Freestyle , กรรเชียงและกบมาแข่งขัน เฉกเช่นเดียวกับที่ Eventing กำหนดให้ผู้ขี่และม้าตัวเดิมจะต้องผ่านทั้ง Dressage, Cross Country และ Show jumping ในด่านสุดท้ายซึ่งใครที่ผ่านทั้ง 3 ด่านแล้วมีคะแนนเสียน้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะ กีฬาประเภทนี้ไม่สามารถแข่งจบภายในวันเดียว เพราะฉะนั้นผู้ชมจะต้องทราบผลคะแนนของแต่ละประเภท ของนักกีฬาและม้าแต่ละคน โดยดูได้จากบอร์ดคะแนน ซึ่งเมื่อกรรมการรวมคะแนนเสร็จแล้วจะนำมาประกาศภายหลังจากจบการแข่งขันในแต่ ละประเภทเพื่อให้ทราบทั่วกัน โดยเริ่มจากการแข่งขันใน Dressage ซึ่งการแข่งขันก็จะเหมือนกับ Dressage ทั่วไป เพียงแต่เอาคะแนนที่ทำได้ ลบด้วยคะแนนเต็มทั้งหมด ซึ่งจะเป็นคะแนนเสียสะสม ซึ่งจะไปรวมกับ คะแนนเสียในส่วนของ Cross Country ซึ่งม้า จะต้องวิ่งไปตาม Couse Plan ที่ผู้ออกแบบสนาม ได้กำหนดไว้และกระโดดข้ามเครื่องขวางที่ถูกสร้างขึ้นในภูมิประเทศที่แตกต่าง กันไป โดยที่ผู้ขี่และม้ามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเครื่องได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกตัดคะแนน 20 คะแนน ในครั้งที่ 3 จะถูกให้ออกจากการแข่งขัน โดยจะปฏิเสธในเครื่องกีดขวางเครื่องเดียวกันได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ปฏิเสธครั้งที่ 1 คงเสีย 20 คะแนน ถ้ายังปฏิเสธครั้งที่ 2 อีกก็จะ เสียคะแนนเพิ่มอีก 40 คะแนน ถ้ายังมีครั้งที่ 3 ต้องถูกให้ออกจากการแข่งขัน ส่วนการตกม้าใน Cross Country นั้น ไม่อนุญาติให้มีการตกม้า ต้องออกจากการแข่งขันเท่านั้น โดยรายละเอียดของกติกาค่อนข้างจะซับซ้อนพอสมควร ถ้าจะศึกษากันจริง ๆ จะต้องเข้าอบรมเพราะรายละเอียดจะมีค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่ผลแพ้ชนะ ผู้ชมสามารถมาลุ้นเอาที่ประเภทสุดท้าย คือ Show jumping ได้ โดย ขอทราบรายละเอียดคะแนนของ 2 ประเภทแรกได้จากกรรมการ แล้วนำมาคิดรวม กับคะแนนเสียใน Show jumping วันสุดท้าย ซึ่งหลักการคิดในปัจจุบัน FEI. ปรับ ให้มีการคิดคะแนนเหมือนใน Show jumping ทั่วไป ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ไม่สับสน ต่างกันนิดหน่อยตรงที่การคิดคะแนนเสียจากการใช้เวลาเกิน Time Allowed มีคะแนนเสียเพิ่ม วินาทีละ 1 คะแนน และอนุญาติให้ตกม้าได้ครั้งนึง โดยมีคะแนนเสีย 8 คะแนน แต่ถ้าตกม้าครั้งที่ 2 ต้องออกจากการแข่งขัน Elimination

Copyright © 2013 Royal Stable Unit