^เลือนขึ้นด้านบน
foto1 foto2 foto3 foto4 foto5

ตามที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคล เข้าเฝ้าฝ่าละอองพระบาท ณ วังศุโขทัย โดยมีผู้บัญชากองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ เป็นหัวหน้าคณะ และทรงมีพระราชบัญฑูร ให้จัดตั้ง หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ นั้น หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ จึงได้รับการสถาปนาขึ้นโดยใช้พื้นที่ภายในกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ (สนามเป้า) เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์


Royal Stable Unit
หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ
www.royalstableunit.com

Royal Stable Unit

หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ฯ

หลักสูตรการฝึกม้าใหม่ ๕๑ สัปดาห์ ขั้นที่ ๒

หลักสูตรการฝึกม้าใหม่ ๕๑ สัปดาห์ ขั้นที่ ๒

 


ขั้นที่ ๒ การทำงานบนเส้น

 

การฝึกการใช้เครื่องมือในการบังคับม้า

 

ความมุ่งหมายในขั้นนี้ก็เพื่อจะฝึกให้ม้าใหม่ รู้จัก, เข้าใจและเชื่อฟังต่อวิธีการบังคับม้าที่ถูกต้องและเป็นสากล ตลอดจนเป็นการเรียนรู้ถึงการสื่อคำสั่งของผู้ขี่ไปยังม้าได้อย่างสมบูรณ์

ข้อ๑.เครื่องมือในการบังคับม้า ประกอบด้วย น่อง น้ำหนักตัว และบังเหียน(รายละเอียดการใช้เรียนรู้ได้ใน "สอนขี่ม้าง่ายๆสไตล์ฮอสแมน")

ข้อ๒. ควรจะให้มีระยะเวลาในการฝึกเดิน วิ่งเรียบ และสอนให้ม้ารู้จักการบังคับ โดยฝึกให้ม้ายอมรับเครื่องมือบังคับม้าทั้ง 3 อย่าง และต้องฝึกให้ม้าได้กลับหลังเลี้ยวหรือทำวงกลมทั้ง ๒ ทาง ในการนี้ระมัดระวังให้ม้าเบนตัวให้ถูกต้อง คือให้ส่วนท้ายเบนตามแนวทางของส่วนหน้ามือและต้องให้รักษาให้มีแรงส่ง (IMPULSION) จากท้ายม้าให้ต่อเนื่องกันอยู่ตลอดเวลา

ข้อ๓. สอนให้ม้ารู้จักการเคลื่อนที่ทางข้างและการถอยหลัง
ข้อควรระมัดระวังในการถอยหลังนั้น ต้องให้ม้าอยู่ในบังคับของผู้บังคับบัญชาอย่างแท้จริง อย่าให้เฉหรือถอยออกไปจากกรอบการบังคับ ในตอนแรกๆ นั้นไม่ต้องบังคับให้ม้ายกหัวสูง เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ท้ายม้ามากเกินไป

ข้อ๔. เมื่อม้ารู้จักการบังคับในฝีเท้าเดิน และวิ่งเรียบดีแล้ว ก็ควรจะเริ่มฝึกให้ออกวิ่งโขยก การวิ่งโขยกนี้ควรจะได้ฝึกตั้งแต่ต้น โดยให้ม้าออกวิ่งขโยกต่อจากการทำวงในฝีเท้าวิ่งเรียบช้าๆ ถ้าม้าซัดเท้านำออกผิดขาผู้ฝึกก็ต้องค่อยๆ บังคับให้กลับมาวิ่งเรียบแล้วก็ตั้งต้นใหม่ ในระยสุดท้ายของขั้นนี้ควรจะได้รับการฝึกให้ออกวิ่งโขยกได้ถูกขาในทางตรงและ จากเดินหรือจากหยุดด้วย
โดยผู้ฝึกต้องพยายามใช้เครื่องมือบังคับม้าจากเบาไปหาหนัก การฝึกนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยความมานะอดทนในการฝึกม้าใหม่ ให้คิดไว้เสมอว่า ม้าใหม่ก็เหมือนกับเด็กดื้อๆคนนึง ต้องมีทั้งดุ, ปลอบ และชมเชย

ข้อ๕. สุดท้ายควรฝึกการใช้ขาหลังเป็นหลัก พร้อมด้วยฝึกการใช้บังเหียนยาว ทั้งการวิ่งเรียบ วิ่งโขยก เพื่อให้ม้าฝึกการรักษาจังหวะ โดยผู้ขี่คุมจังหวะของม้าด้วยน่องและนำ้หนักตัวเป็นหลัก

ข้อ๖. การพิจารณาว่าม้าจะสมบูรณ์พร้อมที่จะเข้ารับการฝึกในขั้นต่อไปได้หรือไม่ มีดังนี้ คือ
๖.๑. ม้าควรจะสามารถเดิน, วิ่งเรียบหรือว่าโขยก โดยรักษาจังหวะการเคลื่อนที่ โดยใช้บังเหียนยาวได้
๖.๒. ม้าควรจะสามารถหยุด, ถอยหลัง, และเคลื่อนที่ทางข้างในเวลาเดิน ได้อย่างคล่องแคล่วและยอมรับในการบังคับ
๖.๓. ม้าควรจะสามารถเคลื่อนที่ผ่านสิ่งต่างๆ โดยไม่ตื่น, สามารถขี่ไปบนถนนเป็นหมู่หรือเดี่ยวได้ เป็นต้น

 

การเคลื่อนที่ทางข้าง

 

ความมุ่งหมายในการฝึกการให้ม้าเคลื่อนที่ทาง ข้างนั้นเพื่อ ให้ม้าได้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นในทิศทางด้านข้างทั้งซ้ายและขวา โดยจะต้องทำการฝึกการเคลื่อนที่ทางข้างให้แก่ม้าได้เข้าใจคำบอกคำสั่งตลอดจน ลักษณะของการบังคับซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการทรงตัวโดยธรรมชาติของม้าด้วย โดยสามารถแบ่งการฝึกออกเป็น ๒ ห้วง ด้วยกันคือ
- ห้วงที่ ๑ การฝึกขั้นต้น
- ห้วงที่ ๒ การฝึกบนหลังม้า

ห้วงที่ี่ ๑ การฝึกขั้นต้น โดยผู้ฝึกยืนอยู่บริเวณด้านขาหน้าซ้ายของม้าโดยหันหน้าเข้าหาม้า มือซ้ายรวบจับสายบังเหียนทั้งสองข้างมือขวาถือแส้ หลังจากนั้นค่อยๆเลื่อนแส้ขึ้นมาทาบด้านข้างลำตัวม้า เมื่อม้าสงบนิ่งพร้อมรับการฝึก ให้ขยับปลายแส้เบาๆ พร้อมทั้งใช้ไหล่ซ้ายของผู้ฝึกดันที่ขาหน้าซ้ายของม้า ให้ม้าเสียการทรงตัวไปทางขวา ม้าจะขยับขาหลังหนีแส้ เมื่อม้าทำได้ให้ตบคอให้รางวัล หรือให้นำ้ตาลเพื่อขอบคุณ ทำในลักษณะนี้บ่อยๆ โดยปฏิบัติตรงข้ามกันในทิศทางการเคลื่อนที่ด้านตรงข้าม

ห้วงที่ ๒ การฝึกบนหลังม้า โดยผู้ฝึกขึ้นหลังม้าแล้วใช้น่องกดน่องกันประกอบกับการถ่ายน้ำหนัก อาทิเช่น การฝึกโดยให้ม้าเคลื่อนที่ทางข้างขวา จะทำโดย ใช้บังเหียนขวาหลังตรง บังเหียนซ้ายใช้บังเหียนหลังตะโหงกกึ่งๆทาบมาทางขวา พร้อมกับชักน่องซ้ายไปด้านหลังกดบริเวณหลังรัดทึบและออกแรงดันจากทางท้ายม้า ด้านซ้าย และถ่ายนำ้หนักเพื่อให้ม้าเสียการทรงตัวไปทางขวา เป็นต้น

โดย ทั้ง ๒ ห้วงนี้ ผู้ฝึกจะต้องพยายามให้ม้าเก็บคอโดยโค้งที่หลังท้ายทอยและหันไปในทิศทางที่ เคลื่อนที่ ส่วนที่เหลือคือส่วนคอและส่วนลำตัวตั้งตรง อย่างไรก็ดีในครั้งแรกๆ ม้าอาจะเบนหน้าไปในทิศทางตรงกันข้าม ดังนั้นจึงต้องค่อยๆ ฝึกไปตามลำดับ โดยแบ่งลักษณะของการเคลื่อนที่ทางข้าง ออกได้ดังนี้

การเคลื่อนที่ในลักษณะ Travers, Ranvers
การเคลื่อนที่เก็บไหล่เข้าใน Showders In
การเคลื่อนที่กึ่ง(Legguiding)
การเคลื่อนที่ในลักษณะ Half Pass
การเคลื่อนที่ทางข้างในขณะที่ม้าหยุด

หมายเหตุ
ในขั้นการฝึกม้าใหม่ ผู้เขียนแนะนำให้ฝึกเฉพาะ การเคลื่อนที่ทางข้างในขณะที่ม้าหยุดกับ การเคลื่อนที่กึ่ง(Legguiding) เท่านั้น

Copyright © 2013 Royal Stable Unit